ยูเดอร์หวนนึกถึงช่วงเวลาที่เขาจุมพิตกับคีเซียร์เป็นครั้งแรกหลังจากย้อนเวลากลับมา
ความปรารถนาอันแรงกล้าที่แผดเผาความลังเลและการปฏิเสธให้มลายหายไปในชั่วพริบตา แม้เขาจะรู้ดีว่าผลลัพธ์จากการตัดสินใจที่เขาเลือกเองนั้นเป็นเพียงการสัมผัสทางกายที่ใครๆ ก็รู้สึกได้ แต่สำหรับยูเดอร์ ไอร์ แล้ว นั่นกลับเป็นเหมือนการเปิดโลกทัศน์ที่สั่นสะเทือนไปทั้งตัวความรู้สึกอันเฉียบคมยามที่ได้มอบบางสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในจิตใจและร่างกายของตนให้แก่ผู้อื่นโดยปราศจากกำแพงปิดกั้นนั้นเป็นอย่างไร? ความพึงพอใจและความซ่านสยิวเพียงชั่วครู่ยามที่ได้ดูดซับตัวตนของอีกฝ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนกับตัวตนของตนเองนั้นเป็นเช่นไร? แม้ในตอนนี้ ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
ภายใต้ความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นนั้นไม่มีความสับสนวุ่นวายอย่างที่เขาเคยคาดคิด มีเพียงตัวตนของเขาและคีเซียร์ที่แตกต่างจากโลกภายนอกซึ่งเขาสัมผัสได้ เขาไม่คิดว่าจะลืมเลือนช่วงเวลานั้นได้เลย ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่และให้ความรู้สึกราวกับเป็นนิรันดร์
ทุกครั้งที่พวกเขาทำเช่นเดียวกันนี้ในเวลาต่อมา ความปรารถนาอันเร่าร้อนนั้นไม่ได้จืดจางลงเพราะความคุ้นชินเลย ทว่ามันกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และในตอนนี้ ความปรารถนานั้นก็เกือบจะพุ่งทะยานถึงขีดสุด
แม้จะรู้สึกได้ว่าคีเซียร์อุ้มเขาขึ้นแล้วเคลื่อนย้ายไปยังจุดหมายที่ไม่อาจทราบได้ ยูเดอร์ก็ยังคงโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นและจดจ่ออยู่เพียงรสจูบนั้น เพียงแค่นั้นยังไม่พอที่จะสยบแรงขับเคลื่อนราวกับพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจ ความพลุ่งพล่านของอารมณ์นั้นไม่ได้นุ่มนวลหรือประณีตนัก แต่คีเซียร์ก็รับมันไว้ทั้งหมดด้วยความเต็มใจ แม้ว่ามันจะไม่ได้หมายถึงความสงบราบเรียบก็ตาม
ยามที่ริมฝีปากและเรียวลิ้นของยูเดอร์พัวพันกัน ร่างกายของเขาก็ตอบสนองอย่างรุนแรง ลมหายใจและสายตาของคีเซียร์สั่นพร่าตามไปด้วย ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างเพื่อไม่ให้คลาดสายตาจากกัน และยังคงจดจ้องอยู่ที่จุดเดิมแม้ในยามที่ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน
ยูเดอร์สัมผัสได้ถึงพลังงานที่มองไม่เห็นไหลพล่านไปทั่วร่าง ก่อนหน้านี้เขาเคยได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคีเซียร์ผ่านปลายจมูกยามที่อยู่ใกล้ชิดกันเป็นครั้งคราว ทว่าตอนนี้กลิ่นนั้นกลับเผยตัวออกมาในรูปแบบที่ต่างออกไป
กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ปลุกพลังเพศรองคนนี้ล้ำลึกยิ่งกว่าน้ำหอมใดๆ มันเหมือนพลังงานที่มีเจตจำนงของตัวเอง ซึมซาบผ่านใบหน้า ลำแขน และเรียวขาของยูเดอร์ที่เกี่ยวกระหวัดคีเซียร์ไว้ ลามไปจนถึงส่วนลึกภายใต้ร่มผ้าที่มองไม่เห็น ความรู้สึกนั้นราวกับเขากำลังฝากฝังทั้งร่างกายไว้กับกระแสคลื่นที่มองไม่เห็น
ไม่ใช่แค่กลิ่นของคีเซียร์เท่านั้นที่เขาสัมผัสได้ ยูเดอร์ยังรู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่เคยออกจากตัวเขาไปกำลังแทรกซึมเข้าไปในตัวคีเซียร์ด้วยความเข้มข้นที่ทัดเทียมกัน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณอย่างยิ่ง
นี่คือกลิ่นที่ยูเดอร์พกติดตัวมาตั้งแต่การปรากฏเพศรอง เนื่องจากปกติแล้วคนเรามักไม่ได้กลิ่นกายของตัวเอง นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักถึงการมีอยู่ของกลิ่นนี้อย่างแท้จริง
คนทั่วไปที่ไม่มีเพศรองจะรับรู้ได้เพียงผ่านการดมกลิ่น ทำให้พวกเขามักจะเข้าใจผิดว่าเป็นกลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทว่ากลิ่นที่เขาสัมผัสได้จริงๆ นั้นต่างออกไป ในสถานการณ์เฉพาะเช่นนี้ กลิ่นนั้นจะยิ่งรุนแรงขึ้นจนแสดงตัวตนออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ได้สัมผัสได้แค่เพียงประสาทสัมผัสทางการดมกลิ่นเท่านั้น
"เจ้าสัมผัสได้ไหม?"
คีเซียร์ผละจากริมฝีปากของยูเดอร์เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกไปตามลำคอของเขา
"เจ้าราวกับกำลังล่อลวงข้าและฉุดดึงข้าไปยังสุดขอบโลกเลยล่ะ"
คำบรรยายนั้นช่างแม่นยำเหลือเกิน เพราะกลิ่นอายของคีเซียร์ที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของยูเดอร์ก็ปลุกความรู้สึกแบบเดียวกันนั้นขึ้นมา
ในแง่หนึ่ง ความรู้สึกนี้คล้ายกับตอนที่เขาดื่มแอลกอฮอล์ผสมเลือดของอสุรกาย ทว่าสิ่งที่ได้รับในตอนนี้กลับร้อนแรงและเข้มข้นกว่าความทรงจำเหล่านั้นมากนัก ความจริงที่ว่าพวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งนี้เพียงแค่การแตะต้องกันเท่านั้นทำให้เขารู้สึกทึ่ง
"ข้าก็รู้สึกไม่ต่างกันครับ" ยูเดอร์ตอบ
เมื่อได้ยินคำตอบที่แผ่วเบานั้น คีเซียร์ก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ยูเดอร์สอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสีทองของอีกฝ่าย โอบกอดเขาไว้แน่นราวกับจะเหนี่ยวรั้งชายที่กำลังซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอ ความรู้สึกของเส้นผมอันอ่อนนุ่มที่พันรอบนิ้วมือเพียงแค่นั้นก็แผดเผาความเร่าร้อนในส่วนลึกของหัวใจให้ลุกโชน
'มากกว่านี้'
เขาอยากจะสัมผัสมากกว่านี้
อยากจะเกี่ยวกระหวัดกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อแบ่งปันกันและกันให้มากกว่าเดิม
ยามที่ปลายนิ้วอันหิวโหยของคีเซียร์ลูบไล้ไปตามปลายหูที่ซีดขาว ท้ายทอยที่มักจะถูกปกปิดไว้ และลาดไหล่ที่กว้างขวางของยูเดอร์ เขาก็เลื่อนริมฝีปากไปยังจุดที่ไวต่อสัมผัสใต้ใบหู ไหปลาร้า และริมฝีปากที่เปียกชื้น แม้จะไม่ได้ใช้แรงบีบคั้นใดๆ แต่ยูเดอร์กลับพบว่าตัวเองเริ่มหอบหายใจถี่ ช่วงเอวขยับไหวไปตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว
"อึก...อือ..."
ราวกับอยากจะขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ยูเดอร์โอบกอดเขาไว้แน่น และพลันสัมผัสได้ถึงความร้อนที่ชัดเจนและหนักหน่วงจากตัวตนของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้กับขาของเขา
'อา...'
ในชั่วพริบตาที่สติกระจ่างชัด ยูเดอร์หวนนึกถึงช่วงเวลาหลังจากที่พวกเขามาถึงไทนูได้ไม่นาน พวกเขาเคยพัวพันกันในลักษณะที่คล้ายคลึงกันนี้บนโซฟาตัวที่พังไปแล้วและถูกเปลี่ยนใหม่ ผ่านประสบการณ์ในตอนนั้น ยูเดอร์จึงตระหนักได้ว่าคีเซียร์ต้องใช้ความพยายามในการอดกลั้นทางกายมากเพียงใด
คำสัญญาที่ยูเดอร์เคยให้ไว้สั้นๆ ว่าหลังจากที่เขาหายดีจากอาการบาดเจ็บและได้พลังกลับคืนมา เขาจะไม่ยอมอดทนอีกต่อไป ในที่สุดมันก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงเงาร่างระหว่างเรียวขาของคีเซียร์ที่ให้ความรู้สึกร้อนแรงและน่าเกรงขามยิ่งกว่าในความทรงจำ ยูเดอร์กลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือรังเกียจแม้แต่น้อย ทว่ากลับเป็นความรู้สึกอยากจะต้อนรับตัวตนที่เฝ้ารอมาแสนนาน
ในทางกลับกัน คีเซียร์เองก็ไม่ได้ลืมเลือนบทสนทนาและคำสัญญาเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยให้ไว้กับยูเดอร์เลย ความรู้สึกของการยืนยันนี้ช่างหนักแน่นและมั่นคง
ความซ่านสยิวอันล้ำลึกพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนอยู่ในลำคอของคนทั้งคู่
"...ท่านรักษาสัญญาจริงๆ ด้วย"
คีเซียร์เงยหน้าขึ้นพร้อมกับหอบหายใจ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางส่งยิ้มให้
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าจะทำ?"
"..."
"ที่จริง ข้ากะว่าจะอดทนไว้จนกว่าพวกเราจะกลับถึงเมืองหลวง... แต่พอได้สัมผัสตัวเจ้า ข้าก็คิดเรื่องอื่นไม่ได้เลย"
มีอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะพร่าขาด เขาพึมพำประโยคเดิมซ้ำๆ ก่อนจะกลับมาบรรจบที่ริมฝีปากของกันและกัน ราวกับว่าใจกลางของพายุที่รุนแรงที่สุดคือสถานที่ที่สงบเงียบที่สุด แววตาของคีเซียร์ก็เป็นเช่นนั้น
ยูเดอร์ดึงทึ้งอาภรณ์ที่พาดอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบบนไหล่ของชายหนุ่ม ซึ่งมันเกือบจะขาดวิ่นอยู่แล้ว ร่างกายของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดกันแน่นโดยไม่มีคำพูดใดๆ กระดุมเสื้อของยูเดอร์หลุดหายไปที่ไหนสักแห่ง ผ้าเนื้อดีของคีเซียร์ที่พันรอบคอไม่ได้แค่หลุดออกแต่กลับถูกฉีกขาด ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้น
ยามที่ริมฝีปากยังคงตราตรึงกัน ผิวเปลือยเปล่าของทั้งคู่ก็เผยออกมาเร็วกว่าการพบพานครั้งไหนๆ ยูเดอร์เอียงศีรษะลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่คีเซียร์กุมไว้ด้วยมือข้างหนึ่งที่เบื้องล่าง
"อืม..."
เป็นครั้งที่สองที่พวกเขาขยับเข้าหากันเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่ฝ่ามืออันหยาบกร้านจากการฝึกดาบทุกเมื่อเชื่อวันบีบเค้นลงบนร่างกายของกันและกัน คลื่นแห่งความหฤหรรษ์ที่รุนแรงจนราวกับจะแผดเผาสมองให้ไหม้เกรียมก็แล่นพุ่งเข้ามาในหัว
ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของยูเดอร์ไว้ได้มากที่สุด ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ก็คือใบหน้าของคีเซียร์
ใบหน้าที่แสดงออกว่าหลงใหลในตัวยูเดอร์อย่างหมดหัวใจ จนไม่อาจคิดถึงสิ่งอื่นใดได้อีก
ภายใต้แสงสว่างอันจ้า แรงปรารถนาของบุรุษผู้สัมผัสถึงความสุขสมแบบเดียวกันและตอบสนองต่อความรู้สึกเดียวกันนั้นแจ่มชัดยิ่งกว่าสิ่งใด
"อา... อึก, อือ. อา..."
ทุกจุดสัมผัสระหว่างพวกเขาสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าและความตื่นเต้นที่แผดเผา ท่ามกลางความโหยหาที่อยากจะแนบชิดกันมากกว่านี้ ความอบอุ่นที่ปวดร้าวและทรมานก็พุ่งพล่านออกมาจากภายใน
ยูเดอร์วางมือของตนทับลงบนมือของคีเซียร์ ยามที่มือของพวกเขาเกี่ยวกระหวัด ลูบไล้ไปตามผิวพรรณที่เปิดเปลือย คีเซียร์ก็ครางอือและขบกบถฟันแน่น แม้แต่ใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มของเขาก็ยังดูน่าหลงใหลเหลือเกิน