“ท่านดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน รับไวน์สักหน่อยไหม?”
บารอนวิลเฮล์มมองดูแก้วที่คีเซียร์ยื่นให้แล้วส่ายหน้า แม้ลำคอจะแห้งผาก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้มากที่สุด“ขอบพระคุณครับ แต่บอกข้าทีเถิดท่านดยุก เหตุใดข้าถึงถูกขังไว้ที่นี่?”
“ข้าสิควรเป็นฝ่ายถาม เหตุใดท่านถึงไปอยู่ที่นั่นกับพวกผู้บุกรุกเมื่อคืนนี้ ทั้งที่ท่านควรจะอยู่ในงานเลี้ยงการกุศล?”
คีเซียร์เอ่ยถามพลางเอียงคอเล็กน้อย
“มันแปลกนักหรือครับที่ข้าซึ่งเป็นคนดูแลไทน์ในจะมาปรากฏตัวที่ทีมจัดการความปลอดภัย? ข้าเพียงแค่มาจัดการธุระด่วนแล้วบังเอิญไปเจอเหตุการณ์เข้าพอดี”
“ธุระด่วนอย่างนั้นหรือ”
คีเซียร์ทวนคำของบารอนวิลเฮล์ม
“ธุระที่ว่านั้น เกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ ที่ท่านลักลอบพาออกจากคุกพร้อมกับคนรับใช้ของท่านด้วยหรือเปล่า? ข้าได้ยินมาว่าคนพวกนั้นถูกขังอยู่ที่นั่นมานานโดยไม่มีข้อกล่าวหาใดๆ เลยนะ”
คำถามนั้นพุ่งตรงไปยัง ‘ม้า’ ที่เขาเก็บไว้เพื่อขายเป็นทาส ซึ่งพวกมันคงจะไม่ใช่ปัญหาเลยหากเขาทำภารกิจส่งมอบให้พวกพ่อค้าฝ่ายใต้ได้สำเร็จ
‘นั่นคือเหตุผลที่เขาขังข้าไว้งั้นหรือ?’
บารอนวิลเฮล์มกลืนน้ำลายที่แห้งผืดคอ พลางหยิบยกข้ออ้างที่เขาเค้นสมองคิดมาตลอดเวลาที่ถูกขังขึ้นมาใช้
“ท่านคงไม่ได้กำลังบอกว่า ท่านเชื่อคำพูดของไอ้พวกนักโทษพวกนั้นมากกว่าข้า ผู้ที่รับใช้ท่านดยุกและกองทหารม้าด้วยใจจริงหรอกนะ? พวกมันคืออาชญากรที่ลอบเข้าจักรวรรดิมาจากต่างเมือง! ข้าไม่ได้พาพวกมันออกมา พวกมันต่างหากที่ร่วมมือกับพวกผู้บุกรุกเพื่อหาทางหลบหนี ข้าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยน้ำมือพวกมันเมื่อคืนนี้แล้ว!”
มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนคนหนึ่งจะถูกโยนเข้าคุกโดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายเสียก่อน? หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกียรติยศของกองทหารม้าคงจะสลายไปราวกับฟองอากาศ ท่านบารอนแผดเสียงเรียกร้องความรับผิดชอบจนน้ำลายกระเด็น ก่อนจะหยุดหอบหายใจในที่สุด
หลังจากฟังคำแก้ตัวของบารอนจนจบ คีเซียร์ก็เอ่ยถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“สรุปคือ ท่านจะบอกว่าท่านมาที่นี่เพียงลำพังในระหว่างงานเลี้ยง โดยไม่แจ้งแก่อัศวินไทน์ในหรือกองทหารม้า เพื่อจัดการธุระด่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนที่ถูกขังอยู่ที่นี่หรือพวกผู้บุกรุกเลยแม้แต่น้อย?”
“ใช่ครับ”
“แล้วมันก็เป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่พวกนั้นพยายามแหกคุกหนีออกมาในจังหวะเดียวกับที่ท่านมาถึงพอดี และพวกผู้บุกรุกก็บังเอิญเข้ามาช่วยพวกนั้นพอดีด้วยเช่นกัน?”
หากเป็นคนอื่นคงจะเริ่มแสดงอาการสั่นคลอนออกมาบ้างแล้ว ทว่าใบหน้ายิ้มแย้มของดยุกเปเลต้าที่ยังคงถามซ้ำราวกับจะยืนยันบางอย่างนั้นกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว
บารอนวิลเฮล์มสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่ยากจะอธิบาย ค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาที่ต้นคอเมื่อเห็นท่าทีที่สงบเยือกเย็นจนเกินไปของท่านดยุก
“แล้วธุระด่วนที่ทำให้ท่านกังวลถึงเพียงนั้น... มันคือเรื่องอะไรกันแน่?”
“นั่นเป็น... ความลับภายในของไทน์ใน ข้าไม่อาจเปิดเผยได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากดยุกไทน์”
“ต่อให้ข้าไม่ได้พูดออกมา แต่ข้าว่าข้าพอจะรู้คำตอบอยู่นะ?”
บารอนวิลเฮล์มเปิดปากหมายจะยืนยันว่าคำถามที่คลุมเครือนั้นไม่มีทางทำให้เขาสับสนได้
นั่นคงจะเป็นเรื่องจริง... หากคีเซียร์ไม่ได้กำลังพลิกดูปึกเอกสารที่อยู่ข้างตัว
‘...นั่นมันอะไรกัน?’
เมื่อเห็นลายลักษณ์อักษรที่หน้าปกเอกสารนั้น บารอนวิลเฮล์มก็หน้าซีดเผือดจนพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง
‘ถ้าดูไม่ผิด นั่นมันรายชื่อที่เตรียมไว้สำหรับโรงประมูลชัดๆ’
เขาไม่มีทางจำพลาด เพราะเขาเป็นคนตรวจสอบและลงนามอนุมัติด้วยตัวเอง แต่รายชื่อนั่นไปอยู่ในมือของดยุกเปเลต้าได้ยังไง? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ดวงตาของคีเซียร์ค่อยๆ หรี่ลง ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่สั่นระริกของบารอนวิลเฮล์ม ซึ่งกำลังขนลุกซู่เมื่อนึกถึงพวกขุนนางตระกูลอัฟเฟโต้ที่ถูกหามลงคุกใต้ดินในสภาพหมดสติ
“ทันทีที่ท่านถูกจับกุมเมื่อคืนนี้ ก็เกิดความวุ่นวายจากพวกผู้บุกรุกขึ้นในงานเลี้ยง และแม้แต่ในคฤหาสน์เก่าแก่แถวนี้หลายแห่ง” เขาเอ่ยต่อ “เหล่าเจ้าทหารผู้ซื่อสัตย์ของข้าที่รีบไปที่นั่นเพื่อรักษาความสงบของไทน์ใน ได้พบเห็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจไม่น้อย บุคคลสำคัญมากมายจากตะวันตกไปรวมตัวกันที่นั่นเพื่อรอร่วมงานประมูลที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืนกฎหมายจักรวรรดิ... ท่านพอจะเชื่อเรื่องนี้ไหม?”
“ผู้บุกรุกในงานเลี้ยงงั้นหรือ? แล้วครอบครัวของข้าปลอดภัยดีไหม? พวกแขกคนอื่นๆ ล่ะ...?”
“น่าเสียดายที่มีบางคนต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้บุกรุก แต่โชคดีที่ภรรยาและลูกสาวของท่านปลอดภัยดี... ทว่า นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ”
“ไม่สำคัญงั้นหรือ!”
บารอนพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแต่ก็ไม่เป็นผล คีเซียร์เปิดแผ่นกระดาษในมือออกอีกครั้ง
“ข้าเชื่อว่าเหตุผลที่ท่านมาที่นี่เมื่อคืนนี้ เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับสิ่งที่เขียนอยู่ในเอกสารพวกนี้ หากข้อสันนิษฐานของข้าผิดพลาดประการใด รบกวนท่านช่วยชี้แนะด้วย”
บารอนวิลเฮล์มน้ำท่วมปากไปนานแสนนาน แม้แต่ความเจ้าเล่ห์ที่เคยลื่นไหลก็ไม่อาจช่วยเขาได้ในตอนนี้
หัวใจของเขาเต้นรัวจนรู้สึกปวดหัวตุบๆ เขาอยากจะนั่งลงใจจะขาดแต่กลับไม่มีเก้าอี้ให้เขาสักตัว บารอนผู้ไม่เคยชินกับการต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไร้ที่พึ่งเช่นนี้เริ่มทำตัวไม่ถูก
‘ข้าต้องปฏิเสธ... ต้องยืนกรานปฏิเสธให้ถึงที่สุด’
นั่นคือความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัว
ต่อให้ดยุกเปเลต้าจะรู้มากแค่ไหน เขาก็ต้องเก็บเรื่องนี้ให้พ้นจากหูของไทน์ ต่อให้เขาจะบกพร่องต่อหน้าที่ แต่หากเรื่องนี้แดงไปถึงหูของดยุกไทน์ ชีวิตของเขาคงจบสิ้นลงทันที
“ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดเรื่องอะไร ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในเอกสารนั่นเขียนว่าอะไร แล้วงานประมูลอะไรนั่น ข้าก็ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยสักนิด!”
“ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็เอ่ยชื่อท่านนะ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่าไม่รู้เรื่องอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!”
“รายชื่อนี้ระบุชื่อผู้ที่จัดเตรียมงานประมูลไว้อย่างละเอียด ชื่อของท่านอาจจะไม่มีอยู่ในนี้ก็จริง แต่ชื่อและตราประทับอนุมัติของ ‘สมาคมกวางแดง’ ที่เกี่ยวข้องกับท่านปรากฏหราอยู่ที่ด้านบนสุด ท่านยังจะแสร้งทำเป็นไม่รู้อีกงั้นหรือ?”
“เรื่องของสมาคมนั่นเกรแฮมเป็นคนจัดการ! ข้าไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่นักหรอก ถ้าหากสมาคมนั่นมีปัญหาจริงๆ ท่านก็ควรไปจับตัวเกรแฮมก่อนสิ!”
“หืม”
ทันใดนั้น สีหน้าของดยุกเปเลต้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
พอนึกดูดีๆ เขาเคยบอกว่าภรรยาและลูกสาวของบารอนวิลเฮล์มปลอดภัยดี แต่กลับไม่ได้พูดถึงเกรแฮม วิลเฮล์ม ที่กำลังจิตใจอ่อนแอหลังจากเกือบถูกพวกผู้ปลุกพลังลักลอบพาตัวไปและพำนักอยู่ที่บ้านของบารอนเลย
เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? เขาอาจจะตายไปแล้ว หรือถ้ายังไม่ตาย เขาก็คือญาติเพียงคนเดียวที่ทำงานใกล้ชิดกับบารอนวิลเฮล์มและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสมาคมกวางแดง
ในขณะที่คิดเช่นนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของบารอนวิลเฮล์มทันที น้องชายของเขา ‘เกรแฮม’ คือคนที่จะมารับบาปแทนเขาได้ดีที่สุด แววตาของบารอนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเริ่มเปล่งประกายด้วยความหวัง
“ข้าดูแลเขามาตลอดโดยไม่ซักไซ้อะไรเพราะเห็นใจที่เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้าย แต่พอมาลองคิดดูแล้ว ช่วงนี้ดูเหมือนเขาจะแอบทำอะไรลับหลังข้าจริงๆ นั่นแหละ”
หลังจากยืนกรานมาพักใหญ่ว่าน้องชายของตนแอบเตรียมการประมูลลับๆ ลับหลังเขา บารอนวิลเฮล์มก็เอ่ยทิ้งท้าย
“ข้าไม่เคยทำงานเพื่อความโลภส่วนตัวเลย หากข้ารู้ว่ามีแผนการชั่วร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นในไทน์ใน ข้าคงจะกวาดล้างมันไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพื่อตัวข้าเอง อย่างน้อยก็เพื่อองค์ดยุกไทน์ผู้ที่ไว้วางใจมอบหมายงานที่นี่ให้ข้าดูแล”
ชัดเจนว่ามีใครบางคนวางแผนให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เขาบุกเข้ามาจัดการปัญหาพอดี และแน่นอนว่าเกรแฮม วิลเฮล์ม น้องชายของเขาก็ต้องมีส่วนพัวพันในแผนนี้ด้วย ข้ออ้างเหล่านี้ช่างสอดคล้องรอยต่อกันได้พอดี
“ท้ายที่สุด ความจริงก็คือความจริง ข้าทำงานเพื่อดยุกไทน์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แล้วจะมีใครมาโทษข้าได้ยังไง?”
แม้เขาจะรู้สึกสงสารน้องชายอยู่บ้าง แต่ชีวิตของเขาและชื่อเสียงของดยุกไทน์คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ในเมื่อมันเป็นเรื่องของธุรกิจ หากน้องชายของเขายอมรับผิดและรับผิดชอบไป ดยุกไทน์คงไม่นิ่งดูดายแน่
เพื่อทุกคนแล้ว นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด
“หากท่านอนุญาต ข้าจะสอบสวนเกรแฮมด้วยตัวเองเพื่อเค้นความจริงออกมา ไอ้คนทรยศที่กล้าหักหลังท่านดยุกไทน์...”
“...จริงหรือ? แล้วเจ้าล่ะว่ายังไง?”
บารอนวิลเฮล์มชะงักไปเมื่อได้ยินคำถามของคีเซียร์ที่ดังแทรกขึ้นมาในขณะที่เขากำลังพูดอย่างออกรส ประตูถูกเปิดออก และที่นั่นเอง เกรแฮม วิลเฮล์ม น้องชายที่เขาตั้งใจจะโยนความผิดให้กำลังยืนถูกทหารคุมตัวอยู่
ท่านบารอนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สังเกตเห็นดวงตาที่บวมช้ำของน้องชายที่กำลังถลึงมองมายังเขา เสียงพึมพำที่ติดอยู่ในลำคอหลุดออกมา
“...เกรแฮม”
“เมื่อเช้ามืดนี้ พร้อมกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในโรงประมูล น้องชายของท่านยืนกรานเป็นพยานว่า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของท่าน ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่กำลังโกหก” คีเซียร์เอ่ย
ลิ้นของท่านบารอนแข็งค้างจนพูดไม่ออก
เกรแฮม วิลเฮล์ม ถูกกองทหารม้าคุมตัวออกจากที่พักตั้งแต่เมื่อคืนและพาไปยังบ้านลับแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับพลังรักษาอันน่าทึ่งจากนักบวชลูซาน เขาก็เริ่มได้สติ พี่น้องสองคนซึ่งตอนนี้ต่างก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น กลับตัดสินใจที่จะโยนความผิดให้อีกฝ่ายเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนกันและกัน คีเซียร์จ้องมองสองพี่น้องที่ตีหน้าตายและมีใบหน้าคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ก่อนจะโปรยยิ้มอันแสนอบอุ่นให้ทั้งคู่
“ดูเหมือนการสืบสวนแบบนี้จะดำเนินต่อไปได้ลำบาก ข้าจะให้เวลาพวกท่านได้คุยกันเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน”
ในคุกน่ะนะ ดยุกเปเลต้าคลี่ยิ้มออกมา ในขณะเดียวกัน เหล่าทหารก็เข้ามารวบแขนของชายทั้งสองคนไว้แน่น บารอนวิลเฮล์มหวีดร้องออกมาพลางก้มหน้าลงอย่างอับจนหนทาง
“อย่าคิดนะว่าท่านดยุกไทน์จะนิ่งเฉยต่อเรื่องที่ไร้เหตุผลเช่นนี้!”
“นั่นสินะ ข้าเองก็เฝ้ารอดูอยู่เหมือนกันว่าดยุกไทน์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้รับข่าวนี้”
คีเซียร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย