บทที่ 353 อ้อ แล้วอย่าลืมซื้อเค้กติดมือมาด้วยล่ะ

  

บทที่ 353 อ้อ แล้วอย่าลืมซื้อเค้กติดมือมาด้วยล่ะ

“ดูเหมือนฝ่าบาทจะไม่ได้รู้เพียงเรื่องของไทน์ แต่ยังรู้เรื่องของพวกเขาด้วยสินะครับ?”

คีเซียร์ไม่ได้ตอบกลับโดยตรง เขาเพียงแต่ส่งยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมายมาให้ ในดวงตาของพรูเอลล์ฉายแววความตึงเครียด ความชื่นชม และความเชื่อมั่นที่สลับกันไปมา

“เข้าใจแล้วครับ ข้าคิดว่าการรู้มากเกินไปคงไม่ช่วยอะไร ดังนั้นข้าจะไม่ถามมากไปกว่านี้ หากท่านมีงานอะไรให้ข้าทำ โปรดบอกได้ทุกเมื่อนะครับ”

ความเฉลียวฉลาดของดยุกเปเลต้านั้นยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย ใครจะไปคิดว่าดยุกเปเลต้าที่เหล่าขุนนางเคยมองข้ามและล้อเลียนเพียงเพราะใบหน้าหล่อเหลา แท้จริงแล้วจะซ่อนเขี้ยวเล็บและตัวตนที่แท้จริงไว้ได้มิดชิดเพียงนี้?

การซ่อนตัวตนต่อหน้าคนแปลกหน้าชั่วคราวนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การรักษาฉากหน้านั้นไว้ท่ามกลางสายตาที่จ้องจับผิดมานานหลายปีแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากได้รับพลังในการเปลี่ยนรูปร่าง พรูเอลล์ที่ฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อไม่ให้ถูกสงสัยยามปลอมตัว ย่อมรู้ดีว่ามันซับซ้อนและยากลำบากเพียงใด

และดยุกเปเลต้าทำสำเร็จ อีกทั้งยังทำต่อไปได้อย่างแนบเนียน หลักฐานคือการที่ผู้คนเบื้องหลังต่างระแวดระวังองค์จักรพรรดิมากกว่าดยุกเปเลต้า แม้ว่าเขาจะก้าวออกมาอยู่แนวหน้าหลังจากเหตุการณ์ตระกูลอาเพโตแล้วก็ตาม

จะมีอาวุธใดที่อันตรายและทรงพลังไปกว่าดาบที่ไม่ดูเหมือนภัยคุกคามอีกล่ะ?

เป็นความจริงที่สายตาในการเลือกคนของเขาไม่เคยพลาด พรูเอลล์รู้สึกโล่งใจอย่างลึกซึ้งและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆ ของน้องชายที่กำลังกินอาหารส่งเสียงกรุบกรับอย่างเอร็ดอร่อย

“นั่นเป็นคำพูดที่ฉลาดมาก แต่จงจำไว้อย่างหนึ่ง มีผู้คนมากมายที่เสียใจกับการกระทำของดยุกไทน์ด้วยเหตุผลที่ต่างจากเจ้า ความโกรธแค้นที่มืดบอดนั้นไม่เคยเลือกเป้าหมาย ดังนั้นมันจะเป็นอันตรายหากข้อเท็จจริงที่ว่าเจ้าอยู่ที่นี่หรือตัวตนของเจ้าถูกเปิดเผย การหาข้อมูลเป็นเรื่องดี แต่จงพยายามอยู่ห่างจากบ้านของบารอนวิลเฮล์มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ตัวนาฮันเองอาจไม่โจมตีผู้ปลุกพลังคนอื่นหากไม่ถูกยั่วยุ แต่พวกพ้องของเขาหรือฝ่ายตรงข้ามอาจจะไม่ทำเช่นนั้น

“ข้าเข้าใจครับ”

สีหน้าของพรูเอลล์ดูจริงจังขึ้นมาก

“ข้าต้องเตือนนิพอลเลนให้ระวังตัวมากขึ้นด้วย”

“เหตุการณ์เช่นนี้จะคงอยู่ไปอีกพักหนึ่ง แต่ตราบใดที่บารอนวิลเฮล์มยังไม่มาตามหาข้าด้วยตัวเอง ข้าก็ตั้งใจจะทำตัวเป็นคนไม่รู้เรื่องต่อไป ดังนั้นข้าจึงฝากเจ้าให้คอยสังเกตสถานการณ์ในอาคารหลักและคนในตระกูลไทน์ด้วย”

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะครับ”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากัน แมวที่กินอาหารเสร็จก่อนก็กระโดดลงจากเก้าอี้ ไม่นานนัก ยูเดอร์ก็รู้สึกถึงกลุ่มขนสีน้ำตาลแดงที่มาคลอเคลียอยู่ใต้ข้อเท้าของเขา ดูเหมือนนิพอลเลนจะชอบความสงบเงียบเวลาที่อยู่ข้างๆ เขา

“นิพอลเลน ได้เวลาไปแล้ว”

เมื่อพรูเอลล์ลุกขึ้นยืนแล้วเรียกน้องชาย แมวตัวนั้นก็ลืมตาขึ้น

“ข้าจะติดต่อท่านทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับตอนนี้ โปรดหาเวลาอ่านหนังสือที่ข้ามอบให้ด้วยนะครับ”

หลังจากพรูเอลล์จากไป คีเซียร์ก็เปิดหนังสือที่ได้รับมา ภายในเล่มมีหน้ากระดาษที่ถูกพับมุมไว้ตรงกันพอดี 4 หน้า

“อาคารของฝ่ายบริหารความมั่นคงที่มีชื่อเรื่องห้องใต้ดินขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อไปยังชั้นใต้ดินที่สาม แต่มีข่าวลือว่ามีห้องลับซ่อนอยู่ข้างใต้นั้นอีก... ถนนคูเรดที่เคยเป็นย่านพักอาศัยของขุนนางแต่ตอนนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและย่านของชาวบ้านธรรมดา... ซากกำแพงเมืองโบราณทางทิศเหนือที่ถูกทิ้งร้างไว้เพื่อใช้หลบหนีการโจมตีของสัตว์อสูร... และคฤหาสน์เก่าของตระกูลไทน์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งตอนนี้แทบไม่ได้ใช้งานแต่ยังถูกรักษาไว้เพราะท่านค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นแบบนี้สินะ?”

“ข้าไม่เคยรู้เลยว่ามีพื้นที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของฝ่ายบริหารความมั่นคง ส่วนที่อื่นๆ ก็น่าสำรวจไม่แพ้กันครับ”

“นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ แต่สถานที่ที่ชื่อว่าถนนคูเรดนี่แหละที่ข้ากำลังพูดถึง”

คีเซียร์พึมพำขณะจ้องมองหน้ากระดาษที่พับไว้

“วันนี้เกิดเหตุระเบิดที่อาคารสมาคมกวางแดง และที่ตั้งของมันก็คือถนนคูเรด ดังนั้นเราถือว่าได้ไปเยือนสองที่พร้อมกันเลย”

ยูเดอร์นึกถึงอาคารสมาคมกวางแดงที่เขาเคยไปเยือนก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้สำรวจรอบๆ อย่างละเอียดตอนที่ตรวจดูชั้นบน แต่จำได้ลางๆ ว่ามีอาคารหลายแห่งที่ปิดเงียบแม้จะเป็นเวลากลางวัน นั่นคือลักษณะเด่นของย่านสถานบันเทิงที่ชาวบ้านมักจะไปใช้เวลาในยามค่ำคืน

‘ย่านสถานบันเทิงงั้นหรือ’ 

“ท่านหัวหน้า ท่านพอจะทราบไหมครับว่าย่านสถานบันเทิงที่บารอนวิลเฮล์มเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนคือที่ไหนกันแน่?”

“ทำไมถึงถามล่ะ?”

ถึงจะถามกลับ แต่คีเซียร์ก็รีบนึกทบทวนข้อมูลและตอบทันที

“จากที่ข้าเห็นในรายงานเมื่อเช้า ข้าคิดว่าเป็นสถานที่ที่เรียกว่าถนนเลมลินนะ”

“ระยะทางระหว่างถนนคูเรดกับถนนเลมลินห่างกันแค่ไหนครับ?”

“เจ้าคิดว่าสองที่นั้นอยู่ใกล้กันงั้นหรือ?”

“มีอาคารหลายแห่งใกล้สมาคมกวางแดงที่ดูเหมือนจะเปิดทำการในตอนกลางคืน ย่านสถานบันเทิงมักจะเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ข้าคิดว่าเราควรลองหาข้อมูลดูครับ”

“นั่นสินะ หาคำตอบได้ไม่ยากหรอก”

คีเซียร์ดึงสายเรียกคนรับใช้จากด้านนอกเข้ามาทันที

“ข้าได้ยินมาว่าถนนคูเรดและถนนเลมลินเป็นย่านที่เหมาะแก่การเที่ยวกลางคืนทั้งคู่ เจ้าช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าที่ไหนดีกว่ากัน?”

การเอ่ยถึงเรื่องเที่ยวกลางคืนอย่างโจ่งแจ้งโดยดยุกเปเลต้าที่กำลังนั่งอยู่กับคนรักวัยเยาว์นั้นดูแปลกพิกล คนรับใช้ตอบกลับอย่างสุภาพพลางลอบพ่นลมหายใจ

“ระยะห่างระหว่างสองที่นั้นไม่ไกลกันนักครับ... แต่ถนนเลมลินนั้นดูจะต่ำต้อยเกินไปสำหรับฝ่าบาทที่จะไปเยือนครับ”

“โอ้ เป็นสถานที่ระดับล่างงั้นหรือ ดีเลย เจ้าต้องแสดงให้ข้าดูว่ามันจะต่ำต้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับเมืองหลวง ในเมื่อมันอยู่ใกล้กัน ข้าก็ควรจะไปดูทั้งสองที่ ขอบใจมากสำหรับคำตอบ”

“......”

คนรับใช้นิ่งอึ้งจนพูดไม่ออกก่อนจะถอยออกไป และเป็นที่ชัดเจนว่าเขาจะรายงานเรื่องนี้ให้บารอนวิลเฮล์มทราบอย่างไร

“สัญชาตญาณของผู้ช่วยข้านี่แม่นยำจริงๆ”

คีเซียร์ปิดหนังสือของพรูเอลล์พลางยิ้มกว้าง

“ในบรรดาที่หมายทั้งสี่แห่ง ดูเหมือนตอนนี้เราจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะเริ่มตรวจสอบที่ไหนเป็นอันดับแรก”

“เมื่อพิจารณาจากเหตุระเบิดวันนี้ ความวุ่นวายจะยังคงอยู่ไปอีกสักพัก ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการลอบสืบสวนครับ”

“เรื่องนั้นข้าบอกนาธานไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ”

เดิมทีคีเซียร์ก็รู้สึกว่าสมาคมกวางแดงนั้นน่าสงสัยและตั้งใจจะสืบสวนให้ถึงที่สุดอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มแรกทุกอย่างก็ดูแปลกไปหมด ตั้งแต่น้องชายของบารอนวิลเฮล์มที่ทำตัวมีพิรุธตอนนำทางพวกเขาไปที่ห้องใต้ดิน จนถึงกลุ่มคนที่ถูกสงสัยว่าเป็นต้นเหตุของระเบิดหลังจากเข้าไปตรวจสอบที่นั่นก่อนหน้า การกระทำเหล่านี้ชี้ชัดว่าอาคารธรรมดาหลังนั้นซ่อนอะไรบางอย่างที่สำคัญมากเอาไว้

และความจริงที่ว่าถนนคูเรดและถนนเลมลินอยู่ติดกัน ก็คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันเรื่องนี้

‘หากเราหาเจอว่าพวกเขาย่อซ่อนอะไรไว้ในอาคารนั้น เราก็จะสามารถจับหลักฐานมัดตัวตระกูลไทน์ได้’ 

นาฮันและพวกพ้องได้สำรวจภายในอาคารไปลึกแค่ไหนกันแน่ในช่วงที่เกิดระเบิด? เมื่อเห็นว่าบารอนวิลเฮล์มยังไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากคีเซียร์และกองทหารม้า ก็ชัดเจนว่าพวกเขายังไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงนัก แต่นั่นอาจเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

“เอาละ พรุ่งนี้เรามารอฟังข่าวใหม่กันเถอะ”

คีเซียร์ยิ้มและพิงหลังกับเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

 


 

วันรุ่งขึ้น นาธาน ซัคเกอร์แมน ผู้ลอบไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดตลอดทั้งวัน นั่งลงตรงหน้าคีเซียร์เพื่อเริ่มรายงาน

“ผู้ปลุกพลังที่ลอบเข้าไปในฝ่ายบริหารความมั่นคงของไทน์มุ่งตรงไปยังคุกทันที และข้าได้รับแจ้งว่าพวกเขาไม่ได้แตะต้องสิ่งของอื่นเลยครับ”

“ไม่มีทหารหรือนักโทษได้รับบาดเจ็บหรือ?”

“พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการที่ติดอยู่ในรัศมีพลังของผู้บุกรุกที่ใช้พลังเพื่อฝ่าวงล้อมออกไปครับ แต่ได้ยินว่าอาการไม่ถึงแก่ชีวิต”

“เข้าใจแล้ว แล้วอาคารหลักล่ะ?”

“ความเสียหายที่นั่นหนักหนากว่าข่าวที่ข้าได้ยินตอนแรกเสียอีกครับ”

นาธาน ซัคเกอร์แมน ยอมรับว่าการตรวจสอบอย่างละเอียดนั้นทำได้ยาก เพราะอัศวินและทหารของไทน์ล้อมอาคารหลักของสมาคมกวางแดงไว้หลายชั้นเพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดราวกับเป็นป้อมปราการ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันได้ว่ามีรูขนาดใหญ่ที่ผนังมองเห็นได้แม้จากภายนอก พื้นดินและกำแพงที่ไหม้เกรียมบ่งบอกถึงพลังทำลายล้างมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากข้างใน

“ข้าอาศัยความวุ่นวายตอนที่ธุรกิจหลักถูกระงับลอบเข้าไปข้างในชั่วครู่เมื่อคืนนี้ ข้าพบตู้เซฟที่ชั้นสองซึ่งเปิดไม่ได้เพราะถูกลงคำสาปไว้ แต่ของที่อยู่ข้างในหายไปหมดแล้วครับ”

“หืม... แล้วมีอะไรอีกไหม?”

“ข้าเข้าไปในห้องใต้ดินไม่ได้เพราะมีการคุ้มกันหนาแน่น แต่พอจะจับใจความสถานการณ์ได้จากบทสนทนาของพวกเขาครับ”

เหล่าทหารที่เฝ้าห้องใต้ดินต่างพากันตัวสั่นขณะพูดถึง ‘ผู้บุกรุกที่น่าสยดสยอง’ ในบรรดาผู้ที่บุกเข้าอาคารหลัก มีชายคนหนึ่งที่มีพลังประหลาด ทหารบางคนที่สบตากับเขาต่างล้มฟุบลงและกรีดร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว ฟังดูเหมือนข่าวลือที่เกินจริง

“อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนพวกเขาจะล้มเหลวในการทำลายมนตราข้างในและหลบหนีไปเสียก่อน แต่หากพวกเขาเปิดตู้เซฟได้ ข้ามั่นใจว่าข้อมูลในนั้นคงถูกนำออกไปได้อย่างปลอดภัยครับ”

“อย่างนั้นหรือ... ถ้าเช่นนั้น การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปคงจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า”

คีเซียร์ตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“เจ้าทำได้ดีมากนาธาน อย่าเข้าใกล้ทั้งสองฝ่ายมากเกินไป คอยเฝ้าดูสถานการณ์ต่อไป และหลังจากนี้ ช่วยตรวจสอบสถานที่ที่ทำเครื่องหมายไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยนะ”

“รับทราบครับ”

“อ้อ แล้วอย่าลืมซื้อเค้กช็อกโกแลตติดมือมาตอนมารายงานครั้งหน้าด้วยล่ะ”

“...รับทราบครับ”

คำตอบนั้นดูเหมือนจะช้ากว่าปกติเล็กน้อย ก่อนจะออกจากห้อง นาธาน ซัคเกอร์แมน จ้องมองยูเดอร์อยู่นานพอสมควร จากนั้นเขาก็ถอนหายใจยาวก่อนจะหันหลังกลับไป

“พักผ่อนเถอะ”

และในวันต่อมา เกมการละเล่นที่ดูบ้าบิ่นก็ยังดำเนินต่อไป สมาชิกบางคนที่ทำงานร่วมกับเอเวอร์มักจะเข้าออกบ่อยครั้งโดยอ้างว่าออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก แต่เนื่องจากมีสมาชิกคนอื่นๆ ที่ออกไปเที่ยวจริงๆ อยู่ด้วย จึงไม่มีใครสงสัย

ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุกในสภาพสูญเสียความทรงจำถูกซ่อนตัวไว้ โดยมีนักบวชลูซานคอยดูแลด้วยความช่วยเหลือจากสมาชิกหน่วยคนอื่นๆ หลังจากถูกทำความสะอาดและได้รับการดูแลในสถานที่ปลอดภัย อาการชักเกร็งของพวกเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สภาพร่างกายและจิตใจยังไม่ดีพอที่จะสื่อสารได้

“ข้าเองก็เคยตกอยู่ภายใต้พลังที่บงการจิตใจ ข้าจึงรู้ว่าเจตจำนงของตัวเองสำคัญที่สุดในการหลุดพ้นจากมัน แต่การจะสร้างมันขึ้นมาได้ จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและเวลา ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะดีขึ้นในเร็ววัน แต่ข้าอยากจะมั่นใจว่าพวกเขาจะดีขึ้นจริงๆ”

หลังจากเคยถูกพลังของนาฮันสะกดไว้ ลูซานจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจมากกว่าเดิมเพื่อดูแลผู้ที่สูญเสียความทรงจำเหล่านั้น และดูเหมือนความพยายามของเขาจะเริ่มเห็นแสงสว่าง ในเวลาต่อมา เมื่อคีเซียร์ออกไปพูดคุยกับพรูเอลล์ชั่วครู่ ลูซานก็รีบวิ่งมาพร้อมข่าวดี ยูเดอร์จึงถูกจูงมือไปยังห้องพักของผู้ที่สูญเสียความทรงจำ