[นิยายวาย-แปลไทย] Turning บทที่ 16

 


 

 

บทที่ 16 

ภายนอกนั้น นาธาน ซัคเกอร์แมน ดูเป็นเพียงผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญเชิงดาบ แต่ในความเป็นจริง เขามีทักษะสูงส่งพอที่จะเป็นคู่ต่อกรกับ ‘ผู้ปลุกพลัง’ ได้อย่างสูสี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ที่ได้รับรู้

ต่างจากเหล่าอัศวินที่มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก ยูเดอร์สัมผัสได้ถึงกระแสมานาอันลุ่มลึกที่แผ่ออกมาจากตัวนาธาน มันเป็นมานาที่ผ่านการเคี่ยวกรำและสะสมมาอย่างยาวนานจนบริสุทธิ์และหนาแน่นเทียบเท่ากับจอมเวทระดับสูงที่ยูเดอร์เคยเผชิญหน้า

สำหรับจอมเวท ปริมาณมานาคือสิ่งสำคัญ แต่สำหรับนักดาบ ‘คุณภาพ’ และการควบคุมมานาคือหัวใจหลัก การผนึกมานาลงในดาบนั้นยากกว่าการร่ายเวทหลายเท่า มีเพียงมานาที่พิถีพิถันที่สุดเท่านั้นที่จะทรงพลังพอจะเปลี่ยนดาบธรรมดาให้กลายเป็นอาวุธสังหารเทพได้

‘ตอนนั้นข้าไม่ทันสังเกต... แต่ชายผู้นี้โดดเด่นมาตั้งแต่แรกเริ่มจริงๆ’ 

ยูเดอร์ตระหนักได้ว่าสัมผัสของเขาต่อพลังงานนั้นว่องไวขึ้นมากในชาตินี้ แม้พลังกายจะยังไม่เท่าเดิม แต่ ‘ดวงตา’ ที่มองทะลุถึงแก่นแท้ของความแข็งแกร่งซึ่งขัดเกลามานับสิบปีนั้นยังคงอยู่ครบถ้วน

เขากวาดสายตาสำรวจห้องพักของคีเซียร์ รูปลักษณ์ของมันไม่ต่างจากความทรงจำเดิมนัก โดยเฉพาะ ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’  กายสิทธิ์สีโปร่งใสที่ยังคงลอยเด่นอยู่เหนือเตาผิง มันแผ่ซ่านพลังงานที่ชวนให้อึดอัดออกมาประหนึ่งกำลังยื่นมือมาสัมผัสจิตวิญญาณของเขา ยูเดอร์พยายามเพิกเฉยต่อแรงดึงดูดนั้น

“โอ้... มาถึงก่อนข้าเสียอีก ขอโทษทีนะที่ให้รอ”

ไม่กี่นาทีต่อมา คีเซียร์ก็กลับมาถึง นาธานเปิดประตูให้เขาพร้อมรับเสื้อคลุมและถุงมือไปจัดการอย่างเงียบเชียบ ดยุกผู้มีเพียงผู้ช่วยคนสนิทคอยปรนนิบัติโดยไร้เงาคนรับใช้... เป็นภาพที่แปลกตาสำหรับขุนนางคนอื่น แต่ยูเดอร์ชินชาเสียแล้ว

“ชาคาโมไมล์น่ะ ช่วงนี้กำลังได้ที่เลย ทักษะการชงชาของนาธานยอดเยี่ยมมากนะ ดื่มเถอะ... ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะวางยาหรอก”

“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้นครับ”

“ฮ่าๆๆ ข้าล้อเล่นน่ะ”

คีเซียร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาปะทะจมูกยูเดอร์ มันไม่ใช่กลิ่นสบู่จากการอาบน้ำ แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมที่ค่อนข้างฉุน ยูเดอร์ลอบสังเกตปลายผมสีทองของคีเซียร์ที่ยังชื้นเล็กน้อย

“ดูเหมือนท่านจะเพิ่งอาบน้ำมานะครับ”

“หืม? อ่า... ใช่ เจ้าเป็นคนช่างสังเกตจริงๆ” คีเซียร์ยิ้มรับ แต่ยูเดอร์ไม่ได้ยิ้มตอบ

‘น้ำหอมกลิ่นนี้เป็นที่นิยมในหมู่สตรีชั้นสูงไม่ผิดแน่’  ยูเดอร์นึกในใจ กลิ่นที่ติดทนแม้จะผ่านการชำระล้างร่างกายมาแล้วบ่งบอกว่าคีเซียร์เพิ่งไปพบใครมาและทำ ‘กิจกรรม’ อะไรอยู่... ชายผู้นี้ยังคงความเป็นเพลย์บอยไว้ไม่เปลี่ยน รูปลักษณ์ดั่งเทพเจ้าและความขี้เล่นทำให้เขาเป็นที่ปรารถนาของสตรีทั่วนคร และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธการล่อลวงเหล่านั้นเสียด้วย

“ข้าอยากทราบว่า ท่านเรียกข้ามาด้วยเหตุใดครับ?” ยูเดอร์เปิดประเด็น

“อ้อ เรื่องวันนี้ไงล่ะ” คีเซียร์จิบชา “โชคดีที่ข้าไปทันเวลา ไม่อย่างนั้นเรื่องคงไม่จบง่ายๆ แบบนี้ ทำไมเจ้าถึงทำอะไรบ้าบิ่นนักล่ะ? ข้านึกว่าเจ้าเป็นคนรอบคอบกว่านี้เสียอีก”

“...”

“คีโอเลย์ ดา เดียร์ก้า เป็นพวกดื้อรั้นและเจ้าคิดเจ้าแค้น เขาคงจะกดดันครอบครัวให้หาทางลงโทษเจ้าแน่ๆ”

ยูเดอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกว่าคีโอเลย์คือชื่อของอัศวินคนเมื่อเช้า ‘อ้อ ชื่อนั้นเองหรอกหรือ...’  เขาเกือบจะลืมไปแล้วเพราะสมองของเขาคัดกรองว่ามันไม่ใช่ข้อมูลที่จำเป็นต้องจำ

“ข้าคิดว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นครับ”

“ไม่เกิดขึ้น?” คีเซียร์เลิกคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าแข็งแกร่งกว่ามาก... ต่อให้พวกเขายกพวกมาทั้งหมด สมาชิกในหน่วยของข้าก็มีพลังพอจะเอาชนะได้อยู่ดี”

“นี่เจ้าไม่ได้จงใจถ่วงเวลาเพื่อรอให้ข้าไปช่วยหรอกหรือ? แต่เพราะเจ้าเชื่อมั่นว่าเจ้าเก่งกว่าอย่างนั้นสินะ?”

“ครับ”

“น่าสนใจจริงๆ” คีเซียร์ระเบิดหัวเราะ “แล้วเจ้ามีแผนจะรับมือกับโทสะของตระกูลเดียร์ก้าอย่างไร? พวกเขาเป็นถึงดยุกที่มีอำนาจล้นฟ้าเชียวนะ”

“เรื่องนั้น... ทำให้ท่านลำบากใจหรือเปล่าครับ?” ยูเดอร์ถามกลับ “หากท่านลำบากใจ ก็แค่ปลดข้าออกจากหน่วยทหารม้าเสีย... เท่านั้นก็สิ้นเรื่อง”

รอยยิ้มของคีเซียร์ลึกซึ้งขึ้น เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ดวงตาสีแดงฉานวาวโรจน์อยู่หลังม่านผมสีทอง “เจ้าอุส่าห์สอบเข้ามาได้แท้ๆ แต่กลับพูดเหมือนไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยเลยนะ”

สำหรับยูเดอร์ หากการอยู่ที่นี่ทำให้อนาคตบิดเบี้ยวไปในทางที่แย่ลง การเดินจากไปก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย บางทีการที่เขาไม่อยู่ อาจทำให้คีเซียร์รักษาตำแหน่งผู้บัญชาการไว้ได้นานกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

“ข้านึกว่าจะทำให้เจ้ากลัวได้บ้าง แต่ดูเหมือนเจ้าจะเป็นพวก ‘ไร้ความรู้สึก’ อย่างที่เขาลือกันจริงๆ สินะ ไม่รู้จักความหวาดกลัวบ้างเลยหรือ?”

“...ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นครับ”

คีเซียร์เคยชมเขาแบบนี้ในชาติก่อน... ยูเดอร์ เจ้ากล้าหาญเกินไป และนั่นคือปัญหาของเจ้า...

ยูเดอร์หลับตาลง ขับไล่เศษเสี้ยวความทรงจำที่น่าหงุดหงิดนั้นออกไป เขาจะไม่ยอมให้อนาคตซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด

“เจ้าบอกว่าจะจัดการเอง... นาธาน เจ้าได้ยินไหม? เด็กกำพร้าธรรมดาๆ บอกว่าจะเอาชนะตระกูลดยุกเก่าแก่พันปีด้วยตัวคนเดียว ช่างน่าขันจริงๆ”

นาธาน ซัคเกอร์แมน สบตากับยูเดอร์ด้วยดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนี

“ข้าสงสัยจริงๆ ว่าอะไรที่ทำให้เจ้ามั่นใจในพลังของตัวเองนัก พลังของเจ้าก็น่าประทับใจอยู่หรอก แต่จะถึงขั้นไร้เทียมทานเลยหรือ? ...เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ด้วยไหมล่ะ?”

คำถามของคีเซียร์นั้นอันตรายถึงขั้นกบฏ แต่ยูเดอร์กลับตั้งสติและวิเคราะห์อย่างจริงจัง... หากต้องสู้กับคีเซียร์ ลา ออร์ ในตอนนี้ เขาจะชนะไหม?

ในอดีต ยูเดอร์เห็นคีเซียร์ใช้เพียงพลังกายที่เหนือมนุษย์และการป้องกันมานาระดับสูง เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยูเดอร์ไม่เคยเห็น ‘พลังเต็มพิกัด’ เลยสักครั้ง เพราะคีเซียร์มักจะวางแผนอยู่เบื้องหลังมากกว่าจะก้าวออกมาหน้าแถว ต่างจากยูเดอร์ที่พุ่งเข้าใส่ศัตรูเสมอ

นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’  ที่คีเซียร์เคยใช้เพียงครั้งเดียวในภารกิจกู้ศิลาสีชาด ซึ่งยูเดอร์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น รู้เพียงว่ามันคลี่คลายสถานการณ์ได้ในพริบตา

“ข้าไม่แน่ใจครับ... เพราะข้ายังไม่เข้าใจขอบเขตความสามารถที่แท้จริงของท่านหัวหน้าเลย”

 

 

สารบัญ