บทที่ 15 พลังที่เหนือคำบรรยาย
“เจ้า... เจ้าใช้เวทมนตร์อะไร?”
“มันไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือพลังของข้า”
ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของคีโอเลย์บัดนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย ยูเดอร์อธิบายด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเมตตา แต่กลับเชือดเฉือนลึกเข้าไปในใจของอีกฝ่ายที่กำลังนั่งอึ้งอยู่กลางฝุ่น “ทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนเชื่อฟังข้า... รวมถึงดาบของอัศวินที่หลอมขึ้นจากแร่เหล็กผ่านเปลวไฟนั่นด้วย นั่นหมายความว่ามันย่อมเชื่อฟังข้า ไม่ใช่ท่าน”
ยูเดอร์ขยับมืออีกครั้ง ดาบของคีโอเลย์พลันลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศก่อนจะปักฉึกลงบนพื้นดินอย่างแม่นยำ คีโอเลย์เบิกตากว้างราวกับเห็นผี
“...เป็นไปไม่ได้”
“ยังมีสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกมากที่ท่านยังไม่เคยเห็น” ยูเดอร์ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เปลวไฟลุกพรึบบนตัวดาบในพริบตา
“ท่านคีโอเลย์!”
อัศวินหนุ่มทนความร้อนไม่ไหวจนต้องสะบัดมือทิ้งดาบอันทรงเกียรติของตนลงพื้น เปลวไฟเต้นระบำอยู่บนใบดาบครู่หนึ่งก่อนจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงดาบที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้รอยไหม้ คีโอเลย์หอบหายใจด้วยความอับอายและตื่นตระหนกต่อหน้าสายตานับร้อยคู่
‘ถ้าเขาพุ่งเข้ามาฆ่าข้าจริงๆ คงจะวุ่นวายนิดหน่อย แต่นี่ข้าแค่ตั้งใจจะบดขยี้ความจองหองของเขาเท่านั้น’ ยูเดอร์คิด
“ทำไมคนเก่งขนาดนี้ถึงไม่ไปอยู่สายเวทกันนะ?” สมาชิกทหารม้าคนหนึ่งรำพึงออกมาอย่างสงสัย แต่กลับมีเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตอบแทน
“ไม่เห็นจำเป็นต้องจำกัดทางเลือกเลยนี่... ในเมื่อเขาสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง”
“ท่านหัวหน้า!”
คีเซียร์ ลา ออร์ ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เขาเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามจนเหล่าอัศวินหลวงต้องก้มหน้าด้วยความอับอาย การที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าระดับหัวหน้าหน่วยเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการฝึกประสาทสัมผัส
“ข้าเห็นเจ้ากำลัง ‘สนุก’ เชียวในขณะที่ข้ากำลังคุยกับธีโอ” คีเซียร์ยิ้มพราย พลางปรายตามองดาบที่ตกพื้นและใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นของคีโอเลย์ ยูเดอร์รู้สึกใจคอไม่ดีเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาขี้เล่นคู่นั้นจ้องมาที่เขา
“ยูเดอร์”
“ท่านหัวหน้า! ยูเดอร์ทำไปเพื่อปกป้องพวกเรานะครับ!” เอเวอร์ตะโกนขัดขึ้นทันควัน สมาชิกคนอื่นๆ ต่างรีบพยักหน้าสนับสนุนเป็นเสียงเดียว
“ข้าไม่ได้เรียกยูเดอร์มาเพื่อดุเขาเสียหน่อย... วางใจเถอะ” คีเซียร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปทางยูเดอร์ “แต่ยูเดอร์... ทำไมเจ้าไม่รอข้าก่อนล่ะ? เจ้าเล่นบดขยี้ใจคู่ต่อสู้จนป่นปี้ขนาดนี้ แล้วข้าจะเหลืออะไรให้จัดการอีกล่ะเนี่ย?”
คีเซียร์ขยิบตาให้ยูเดอร์อย่างล้อเลียน ก่อนจะหันไปจัดการกับเหล่าอัศวินที่เหลือ “ในเมื่อข้าตกลงกับธีโอ (ผู้บัญชาการอัศวินหลวง) เรียบร้อยแล้ว ใครที่มีปัญหาขอให้ไปถามผู้บัญชาการของพวกเจ้าเอาเอง... อ้อ แล้วถ้าใครอยากจะฝึกที่นี่ต่อ ข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ พื้นที่กว้างขวางออกปานนี้”
รอยยิ้มของคีเซียร์พลันเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ “แต่บอกไว้ก่อน... ข้าจะไม่รับผิดชอบ ‘อุบัติเหตุ’ ใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการฝึก ไม่ว่าดาบจะลุกเป็นไฟ แผ่นดินจะพลิกคว่ำ หรือต้นไม้จะแตกกระจาย... อัศวินผู้เก่งกาจอย่างพวกเจ้าคงรับมือได้อยู่แล้วใช่ไหม?”
คำขู่นั้นทำให้อัศวินหลวงหน้าซีดเผือดและค่อยๆ ถอยร่นกลับไป คีโอเลย์จ้องยูเดอร์ด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะหยิบดาบแล้วหายตัวไป ทว่ายูเดอร์กลับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย ‘จะจดจำคนที่จะจากไปในไม่ช้าไปทำไมให้เสียเวลา’
หลังจากการฝึกซ้อมที่ดุเดือดจบลง ยูเดอร์เข้าใจแล้วว่าทำไมคีเซียร์ถึงเลือกสนามฝึกแห่งนี้ เพราะมันถูกลงอาคมป้องกันไว้หนาแน่นจนสมาชิกสามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ทำให้อาคารรอบนอกพังทลาย
“ยูเดอร์... มาพบข้าที่ห้องหลังจบการฝึกด้วยนะ” คีเซียร์กระซิบสั่งด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ยูเดอร์ก็มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของหัวหน้าหน่วย เขาลอบคิดในใจว่าอนาคตที่เขารู้จักเริ่มเปลี่ยนไปมากเพียงใด นับตั้งแต่เขาเลือกสายพละกำลัง
ก๊อก ก๊อก
ยูเดอร์เคาะประตูรูปหัวสิงโต ประตูเปิดออกทันทีเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงามที่มีผิวสีแทนสุขภาพดี ร่างกายที่ดูแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจางๆ จากการกรำศึกมายาวนาน
“ยินดีต้อนรับ... ท่านดยุกออกไปทำธุระครู่หนึ่ง เชิญนั่งรอก่อนสิ”
ชายผู้นั้นยื่นถ้วยชาพอร์ซเลนเนื้อดีให้ยูเดอร์ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ท่วงท่าการขยับร่างกายของเขานั้นดูมั่นคงและระแวดระวังอยู่ตลอดเวลาประหนึ่งเสือที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ
‘นี่สินะ... สิ่งที่เรียกว่านักดาบที่แท้จริง’
ยูเดอร์ลอบชื่นชมคนตรงหน้า เขาคือ นาธาน ซัคเกอร์แมน ผู้ช่วยส่วนตัวผู้ลึกลับที่ติดตามคีเซียร์มาจากแดนใต้ ชายผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่คีเซียร์เสียชีวิตในชาติก่อน
.jpg)